โรงเรียนบ้านเกาะพลวย

หมู่ที่ 6 บ้านเกาะพลวย ตำบล อ่างทอง อำเภอ เกาะสมุย จังหวัด สุราษฎร์ธานี 84220

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

096 6358503

ลูกขี้หงุดหงิด อารมณ์ร้าย จัดการยังไง

วิธีการรับมือกับ ลูกขี้หงุดหงิด งอแง โมโหร้าย กรีดร้องเสียงดัง ขว้างปาสิ่งของ หรือใช้มือตี ทำร้ายคนรอบข้าง พฤติกรรมเหล่านี้หากเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนกลายเป็นนิสัย อาจนำไปสู่ปัญหา ดังนั้นผู้ปกครองควรสังเกตพฤติกรรมของลูก ไม่ว่าจะมีอารมณ์เหล่านี้หรือไม่ก็ตาม หากครอบครัวใดที่มีปัญหากับลูกมีอารมณ์ฉุนเฉียวแต่ไม่รู้จะรับมืออย่างไร วันนี้เรามีวิธีจัดการและเรียนรู้พฤติกรรมเหล่านี้ของลูกให้ทุกคนได้เข้าใจ และจัดการกับพฤติกรรมเหล่านี้อย่างเหมาะสม โดยไม่กระทบต่อความรักในความสัมพันธ์ในครอบครัว

ลูกขี้หงุดหงิด

ทำไม ลูกขี้หงุดหงิด

พฤติกรรมของเด็กที่แสดงอารมณ์ร้อน เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • อยู่ในวัยที่แสดงออก และยังสื่อสารได้ไม่เต็มที่ จึงแสดงอารมณ์ออกมาได้
  • ไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ หรือเคยทำสิ่งนี้
  • พฤติกรรมเลียนแบบ เช่น เห็นคนใกล้ตัวทำ หรือดูตามดูจากสื่อต่าง ๆ
  • เป็นคนใจร้อนอยู่แล้ว เมื่อถูกกระตุ้นเพียงเล็กน้อย ก็จะระเบิดได้ง่าย

วิธีรับมือกับลูกขี้หงุดหงิด

  1. เข้าหาเด็กตามสถานการณ์ เด็กแต่ละคนมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อความหงุดหงิดต่างกัน บางคนต้องการความสะดวกสบายทันที บางคนต้องการเวลาอยู่กับตัวเองบ้าง ผู้ปกครองจึงควรจับตาดูจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการเข้าหาเด็กเพื่อบรรเทาความรู้สึกผ่อนคลายของเด็กตามสถานการณ์
  2. ปลอบอย่างเหมาะสม โดยพื้นฐานแล้ว เด็กทุกคนต้องการการเอาใจใส่ ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้เพิกเฉย การบรรเทาความรู้สึกสามารถทำได้ผ่านการสนทนาที่ผ่อนคลาย สัมผัสเพื่อแสดงความกังวล ฟุ้งซ่าน พูดเพื่อให้ผ่อนคลาย หรือการฝึกหายใจ เพื่อสงบสติอารมณ์สามารถช่วยปรับปรุงสถานการณ์
  3. ควบคุมอารมณ์ของคุณ สิ่งที่เกิดขึ้นเสมอคือ เมื่อลูกแสดงความโมโห และไม่พอใจ ทั้งพ่อ และแม่รู้สึกเครียด หดหู่และตอบโต้กลับด้วยความหงุดหงิด เด็กมักจะซึมซับสิ่งเลวร้ายนี้และใช้มัน พ่อแม่จึงต้องมีสติ ควบคุมอารมณ์และตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างสงบ
  4. บอกให้รู้ว่าอะไรสามารถหรือทำไม่ได้ พ่อแม่มีบทบาทสำคัญในการเล่น กำหนดกฎเกณฑ์ที่เป็นไปได้ในครอบครัวเกี่ยวกับสิ่งที่ทำได้และไม่สามารถทำได้ เพื่อให้เด็กรู้วิธีแสดงออกอย่างชัดเจน จึงจำเป็นต้องให้เวลาเด็กค่อย ๆ ฝึกเรียนรู้กฎเกณฑ์จนบรรลุความคาดหวัง และไม่ละเมิดธรรมชาติของเด็ก
  5. เป็นตัวอย่างที่ดี วิธีที่ดีที่สุดในการให้เด็กปฏิบัติตามนั้นเป็นสิ่งที่คาดหวัง การเป็นตัวอย่างที่ดี หากคุณไม่ต้องการให้ลูกมีพฤติกรรมที่ไม่ต้องการ พ่อแม่ต้องไม่แสดงอาการหงุดหงิดหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมระหว่างชีวิตประจำวันต่อหน้าและลับหลังลูก
  6. มีพื้นที่เปิดโล่งสำหรับเด็ก บางครั้งผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องรอให้อะไรเกิดขึ้นแล้วค่อยแก้ไขปัญหา การสังเกตพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ และการจัดพื้นที่ให้เด็กได้พูดคุยเกี่ยวกับความชอบ หรือความไม่พอใจของตนเองสามารถช่วยป้องกันพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในเด็กได้
  7. ขจัดความเครียด มาตรการป้องกันสามารถทำได้โดยการพาเด็กไปหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ตึงเครียด เด็ก ๆ มักจะผิดหวังกับผลการเรียนที่ไม่ดี เต็มใจทำกิจกรรมที่ไม่ชอบหรือเข้ากับเพื่อน ๆ ดังนั้นผู้ปกครองจึงต้องพยายามหาสาเหตุและช่วยลูกแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น พาไปทำกิจกรรมเสริมทักษะที่ลูกขาด หรือหากิจกรรมที่เด็ก ๆ สนใจทำ จะช่วยปรับพฤติกรรมได้อีกทางหนึ่ง
  8. ฝึกอารมณ์ของคุณผ่านการเล่น การเล่นกับเด็กเป็นของคู่กัน นอกจากจะสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินแล้ว ยังช่วยสร้างพัฒนาการที่ดีให้กับเด็ก ๆ ผู้ปกครองจึงควรใส่ใจในรายละเอียดในการคัดเลือกลูกให้ฝึกทักษะการใช้เหตุผล อดทน และควบคุมอารมณ์ผ่านการเล่นและกิจกรรมต่าง ๆ อยู่เสมอ
  9. ให้ความรักอย่างถูกวิธี สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กทุกคน คือ การยอมรับความรัก และความห่วงใยจากพ่อแม่อย่างเหมาะสม การให้อย่างถูกวิธี คือ การไม่เอาใจใส่ หรือตำหนิมากเกินไป แต่ให้ลูกรู้สึกว่าสนิทใจ และพึ่งพาได้เสมอทำให้ลูกมีสุขภาพจิตที่ดีและอ่อนโยน

ติดตาม สาระน่ารู้ และบทความดี ๆ เพิ่มเติมจาก โรงเรียน บ้านเกาะพลวย